1)  เส้นใย  (Fibers)
 
1.1)  ประเภทของเส้นใย (Fibers)
เส้นใย สามารถแยกได้หลายประเภทขึ้นอยู่กับลักษณะการแบ่ง ที่นี้เราแบ่งตามแหล่งกำเนิดของเส้นใย  ซึ่งจะแบ่งได้เป็นสองประเภทใหญ่ๆ  คือ เส้นใยธรรมชาติและเส้นใยประดิษฐ์  ในกลุ่มของเส้นใยธรรมชาติก็ยังแบ่งย่อยได้อีกเป็นเส้นใยที่มาจากพืช  จากสัตว์  และจากแร่ ส่วนเส้นใยประดิษฐ์สามารถแยกเป็นเส้นใยที่ประดิษฐ์จากธรรมชาติ เส้นใยสังเคราะห์ และเส้นใยที่ประดิษฐ์จากวัสดุอื่น ๆ
ประเภทและชนิดเส้นใยการจำแนกได้ 2 หมู่ใหญ่ ๆ  คือ
 
1.1.1)  เส้นใยจากธรรมชาติ (Natural fibers) ประกอบด้วย
(1)  ใยจากพืช (Vegetable fibers)  ได้แก่   ฝ้าย   มะพร้าว   นุ่น   ลินิน   ปอ  รามี 
ป่าน กล้วย    ป่านศรนารายณ์   สับปะรด   กัญชง  ฯลฯ
(2)  ใยจากสัตว์  (Animal fibers) เป็นใยโปรทีน  เส้นใยได้จากสัตว์  ได้แก่  ไหม
ส่วนใยขน ได้แก่  ขนแกะ  แพะ  กระต่าย  อูฐ   อัลปากา  โมแฮร์    ลาบา   แคชเมียร์   กัวนาโค   ขนมิ้งค์ 
(3) ใยจากแร่ธาตุ(Mineral fibers)ได้จากหินธรรมชาติ  คือหินแอสเบสทอส(asbestos)
 
1.1.2)  เส้นใยประดิษฐ์ (Man-made fibers)  
ใยจากการประดิษฐ์   เป็นเส้นใยที่ได้จากการสังเคราะห์จากสารเคมี ประกอบด้วย
(1) ใยสังเคราะห์  ได้แก่   ไนลอน โพลีเอสเตอร์  โอเลฟีน  อะคริลิก  โมดอะคริลิก   
ซาแรน   วินยอน    สแปนเด็กซ์   อดิเด็กซ์   อาระมิด    ใยยาว   ใยแร่   ใยแก้ว    ใยโลหะ
(2) ใยกึ่งสังเคราะห์   เป็นใยที่มีส่วนผสมของใยธรรมชาติ ผสมกับสารสังเคราะห์   
ใยจากเซลลูโลส  ได้แก่  เรยอน ใยจากเซลลูโลสดัดแปลง ได้แก่  อาซิเตด ใยจากโปรตีน ได้แก่ แอสลอน
 
1.2)  คุณสมบัติของเส้นใย
คุณคุณสมบัติของเส้นใยมีผลโดยตรงต่อคุณคุณสมบัติของผ้าที่ทำขึ้นจากเส้นใยนั้นๆ ผ้าที่ทำจากเส้นใยที่แข็งแรงก็จะมีความแข็งแรงทนทานด้วย หรือเส้นใยที่สามารถดูดซับน้ำได้ดีจะส่งผลให้ผ้าสามารถดูดซับน้ำและความชื้นได้ดี เหมาะสำหรับการนำไปใช้ในส่วนที่มีการสัมผัสกับผิวและดูดซับน้ำ เช่น ผ้าเช็ดตัว ผ้าอ้อม เป็นต้น
ดังนั้นการที่เราเข้าใจคุณสมบัติของเส้นใย จะช่วยทำให้สามารถทำนายคุณสมบัติของผ้าที่มีเส้นใยนั้นๆ เป็นองค์ประกอบ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์สุดท้ายได้ ซึ่งจะช่วยให้สามารถเลือกชนิดของผลิตภัณฑ์ในเบื้องต้น ได้ถูกต้องตามความต้องการ ของการนำไปใช้งาน โดยการคาดเดาจากองค์ประกอบที่แจ้งไว้ในป้ายสินค้า
ความแตกต่างของเส้นใยขึ้นอยู่กับโครงสร้างทางกายภาพ  องค์ประกอบทางเคมีและการเรียงตัวของโมเลกุล ซึ่งส่วนผสมและความแตกต่างในปัจจัยทั้งสามนี้  ทำให้เส้นใยมีคุณสมบัติที่หลากหลายและแตกต่างกัน ซึ่งคุณสมบัติของเส้นใยก็จะมีผลต่อคุณสมบัติของผ้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากเส้นใยนั้น ทั้งในส่วนที่เป็นที่ต้องการและไม่ต้องการต่อการนำไปใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น ในเส้นใยที่สามารถดูดซับน้ำได้น้อย จะส่งผลให้ผ้าที่ทำจากเส้นใยชนิดนี้มีคุณสมบัติดังนี้
เกิดไฟฟ้าสถิตย์ (Static build-up) บนเนื้อผ้าได้ง่าย ทำให้ผ้าลีบติดตัว
ผ้าแห้งเร็ว เนื่องจากมีปริมาณน้ำที่ดูดซับน้อยและไม่มีพันธะ (Bond) ระหว่างเส้นใย และโมเลกุลของน้ำ
ย้อมติดสียาก เนื่องจากการย้อมสีส่วนใหญ่อาศัยน้ำเป็นตัวกลาง พาโมเลกุลของสีเข้าไปในเนื้อผ้า ผ้าที่ไม่ดูดซับน้ำจึงติดสีย้อมได้ยากกว่า
สวมใส่สบายน้อยกว่า เนื่องจากเหงื่อที่อยู่บนผิวถูกดูดซับน้อยทำให้รู้สึกเปียกชื้นได้
คงรูปได้ขณะเปียก (หรือขณะซัก) และผ้ายับน้อย ทั้งนี้เนื่องจากปริมาณน้ำที่ถูกดูดซับมีน้อย และไม่เกิดพันธะระหว่างเส้นใย และโมเลกุลของน้ำ ที่จะทำให้โครงสร้างเปลี่ยนแปลงไป
 
----      ---- 

edit @ 14 Feb 2009 00:37:25 by kanjana

Comment

Comment:

Tweet